ทำไม? ต้อง “Tipsy Dunmer” IEM คืออะไร ทำไมนักดนตรีต้องใช้

ทำไม? ต้อง “Tipsy Dunmer” IEM คืออะไร ทำไมนักดนตรีต้องใช้


ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน นักดนตรีและซาวด์เอ็นจิเนียร์ จะเจอปัญหาสุดคลาสสิคนี้อยู่เป็นประจำ

คือ  เสียงหอน (feedback) ที่เกิดขึ้นบนเวที , ความไม่ชัดเจนของเสียงจากลำโพงมอนิเตอร์
ไม่สามารถควบคุมค่าความดังเสียงบนเวทีได้ หรือแม้กระทั่งนักดนตรีเองที่หูตึงบ้างละ
ทำให้ In Ear Moniter หรือ ที่เรียกกันย่อๆว่า  IEM  เข้ามามีบทบาท


กระผมก็มีหูฟัง In Ear Moniter ที่น่าสนใจ มาแนะนำ เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่เรียกได้ว่า

สร้างมาเพื่อตอบโจทย์คนดนตรี นั้นก็คือ แบรนด์  Tipsy   ในชื่อรุ่น Dunmer ซึ่งเกิดจากการตั้งคำถามของซาวด์เอ็นจิเนียร์ชาวจีน
“ถ้าคุณต้องการสวมหูฟังคุณต้องการหูฟังแบบไหน”
ไม่ว่าเสียงแบบไหนเราจำเป็นต้องตีความด้วยการรับรู้  เสียงที่คุณต้องการจะได้ยิน จะรู้สึกได้ด้วยหัวใจของคุณ
Tipsy  จึงใช้เวลาในการเป็นซาวด์เอ็นจิเนียร์  เก็บข้อมูลความต้องการของศิลปิน นักดนตรี และผู้ฟังมมากมาย
จนได้แนวทางการสร้างหูฟังนี้ขึ้นมา

Tipsy Dunmer
 เป็นหูฟังแบบ  IEM In-Ear Monitor ที่ถูกออกแบบมาเพื่อ  ศิลปิน นักดนตรี และผู้ฟัง

ที่ต้องการคุณภาพเสียงที่ดี  โดยเฉพาะ มือกลอง , มือเบส , หรือคนฟังขาร็อค
เพราะว่ามันมีข้อดี คือการใช้ระบบ IEM โดยปกติ Driver ที่ทำหน้าที่เสมือนลำโพงเล็กๆ จะมีผลต่อย่านความถี่ต่ำโดยตรงจะมีน้อย 
โดยเฉพาะย่านความถี่ประมาณ 100Hz ลงไป  Tipsy Dunmer  จะสามารถเก็บรายระเอียดย่านเสียงต่ำได้ดี
ถึงแม้ย่านเสียงสูงจากคนดูพุ่งตรงสวนกลับมาหาเราบนเวที ก็ยังคงฟังชัด ไม่หลงจังหวะอย่างแน่นอน
โดยเฉพาะมือกลอง มือเบส ผู้เป็นกระดูกสันหลังให้กับวง แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ



Tipsy Dunmer
ถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงหลักการของการรวมตัวของเสียง และการสะท้อนของเสียง
ตัว Chamber ของ Tipsy Dunmer นั้นถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้งานกับ Driver Dynamic ประเภท Graphene Diaphragm
ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงต่อการใช้งานสูง โดยที่ตัว Chamber จะมีท่อระบายลมเพื่อ
ปล่อยและถ่ายอากาศ
เพื่อคุณภาพเสียงที่สมดุล ไม่ก่อให้เกิดเสียงแตกในย่านเสียงต่ำ
และไม่ทำให้เกิดความเสียหายต่อ Driver
ส่วนตัว Driver จะมีขนาด 9.2mm โดย Dunmer จะตอบสนองความถี่ตั้งแต่ 20 – 20,000 HZ เป็นช่วงความถี่ที่ครอบคลุม เท่าที่มนุษย์เราได้ยิน
ค่าความต้านทานจะอยู่ที่ 16 Ohm ความน่าสนใจมีมากกว่านั้น คือ Tipsy Dunmer ให้สายสัญญานคุณภาพทองแดงชุบเงิน ถัก x8 มาด้วย
มีความแข็งแรงและยังนำสัญญาณได้ดีนอกจากนี้ยังสามารถถอดเปลี่ยน เพื่อเปลี่ยนคาเรกเตอร์เสียงได้
โดยมาพร้อมกับ ขั้ว 2 pin และปลั๊กขนาด 3.5 mm
ข้อมูลจำเพาะ
Frequency Response : 20Hz – 20,000Hz
Impedance : 16 Ohm @ 1 kHz
Sensitivity : 105db @ 1 kHz
Distortion : 0.2% @ 1 kHz
Sound isolation : -26 db +/- 2
Input Connector : 3.5mm gold plated jack
Cable : 2 Pin 8 core SPC cable
อุปกรณ์ในกล่อง
1 x หูฟัง Tipsy Dunmer IEM
3 x จุกหูฟังยาง 3  ไซส์ S, M, L
1 x คู่มือการใช้งานเบื้องต้น

แนวเสียง

ย่านเสียงต่ำมีความโดดเด่นเป็นอย่างมาก  เป็นเบสที่ลงได้ลึกและนุ่มนวล ฟังดูธรรมชาติ ไม่บวมเบลอ หัวโน้ตชัดเจน มีอิมแพคที่ไม่เยอะมาก  แต่สัมพัสได้ถึงแรงปะทะของ percussion แบ่งเลเยอร์ของกลุ่มเสียงต่ำได้ดี ไต่ระดับของเสียงไล่ไปอย่างต่อเนื่องและละเอียดอ่อน เสียงกลางมีความอิ่มหนา ตำแหน่งจะอยู่ใกล้กับผู้ฟัง รายละเอียดต่างๆทำได้ดี เช่นเสียงลมหายใจ สามารถฟังได้อย่างชัดเจนเสียงเครื่องดนตรีเองก็แยกออกมาไม่หนาจนเกินไป สามารถฟังแยกไลน์ guitar rhythm กับ guitar solo ได้ดีเสียงไม่ตีกัน ส่วนย่าน เสียงแหลม ปลายสวย ไม่แหลมเสียด แต่ก็ไม่อุดอู้ ยังคงอยู่ในโทนกลางๆ ออกมืดหน่อยๆดีเทลเสียงแหลมเล็กๆน้อยๆยังคงมีอยู่ สามารถสัมผัสได้
เวทีเสียง
  ไม่กว้างมากนัก แต่ไม่ได้แคบจนเกยกัน  เสียงชิ้นดนตรี ออกครบ เติมเต็มทั้งเวทีได้สวยกำลังพอดี  guitar ซ้าย – ขวา แยกได้ดี groove ของกลอง และเบสเกาะกัน ไม่หนุบหนับจนเกินไป  เป็นเวทีเสียงที่โดยรวมฟังแล้ว สมูท ลื่นไหล เพลิดเพลิน  ไม่อึดอัด อุดอู้

สำหรับเพื่อนๆที่มองหาหูฟังเพื่อไปใช้งานเสียงที่แม่นยำ หรือจะซื้อไปฟังเล่น ฟังเพลงได้ครอบคลุม พกพาง่ายแนะนำ Tipsy  Dunmer

ราคาค่าตัว จะอยู่ที่  4,490  บาท สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ที่ Iconic Music
You are Always our Special One .
สุดท้ายก่อนจากกันไปก็อยากจะบอกว่า การเลือกใช้หูฟัง ควรเลือกจากหูของตัวเอง แล้วคุณจะได้ยินเสียงที่ใจคุณอยากได้ยิน

รีวิวโดย

สมเจตน์ iconic

Share this post

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *